EUGENE 的个人资料*°:.。•.:★.•:*´¨`*:•.★.: ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月28日

Rain Season..Yeah!

Rain...falling in my heart... ด้า ด้า ด้า...
หน้าฝนที่รักกลับมาแล้วว เย้ๆๆๆ ดีใจหลาย
term clarifying คำว่า "ฤดูฝน" กันดีกว่า small groupขึ้นสมอง
ฤดูฝน =  ฤดูแห่งความโรแมนติก ความสดชื่น และแรงบันดาลใจ
ถูกต้องนะค้าบ..ผ่าน..
Problem listing >ทำไมฝนจึงตก
Brainstorming >กบมันร้อง
Hypothesis :
    ฝนตก--->กบร้อง
นศ.พ.คิดได้ตั้งขนาดนี้ 555 บ้าไปแล้วกุ อยากร้องเกะอีกแล้ววว๋อยย เครียดด
เบื่อ small group  รู้สึกตัวเองโง่ๆ -"- 
อาจานก็ถามเอ๊าถามเอา นู๋ม่ายรู้ววว  ติดL.O. เพียบบเลย เซง ต้องหาเยอะ
 
ช่วงนี้เป็นเบลอๆแฮะ
เมื่อวานหามือถือไม่เจอ ปรากฏอยู่ในมือตัวเอง เสล่อมาก.. 
สั่งน้ำกินลืมจ่ายตัง เพิ่งนึกได้ตอนกลับมาบ้านงะ  ไม่น่าสั่งไก่ซามูไรเลยกุ เลยได้ชักดาบใส่ลุงเลย :P
วันนี้เดินถือหนังสือห้องสมุดออกมาหน้าตาเฉย ลืมยืม โดนป้าๆตามประกบตัวเอากลับมางะ -//-อายคน
ไม่ไหวๆ ความเครียดทำให้เกิดอาการเสล่อได้โดยไม่รู้ตัว  ระวังนะนู๋ๆ
 
 
 
 
6月22日

คิดถึง

ถึง เพื่อนๆทุกคน
 
เป็นไงกันบ้าง คิดถึงกันมั้ย ช่วยอัพสเปสกันบ้างนะ จะได้ไม่ตกข่าว  ไม่ค่อยได้คุยกันเลย ขอร้องๆ
ตอนนี้ปวดหัวมากเลย เพิ่งกินยาเข้าไป เลยมานั่งอัพรอยาออกฤทธิ์  อ่านหนังสือตอนนี้ก็ไม่รุเรื่องอะ
ปวดหัวจนหมดแรงเลย  นอนไป 2 ชม ทรมานมาก พอจะหลับ หัวก็หมุนติ้วๆๆ จะอ้วก พอลืมตาก็ปวดหัวเกินไป อารายเนี๊ย
ใครเอาหวัดมาใส่หัวฉัน อย่าให้รู้..
 
มาอัพเดทข่าวสารกันมั่ง..
ชีวิตช่วงนี้นอกจากเรียนแล้วก็มี first aid คณะถาปัดบางวันตอนเย็น สนุกดี ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้เห็นบรรยากาศรับน้องคณะนี้  ได้รู้จักรุ่นพี่ รู้วิธีปฐมพยาบาล ฮาดีคณะนี้ ทุกคนเป็นกันเองมาก น่ารักๆ  ดูชีวิตมีความสุขตลอดเวลา  เหอๆ
แต่คราวหน้าไม่รู้จะได้ไปอีกป่าวนะ เพราะเพื่อนคนอื่นอยากไปมั่ง อาจจะต้องสละที่ให้คนอื่นไป
 
ช่วงนี้มีคนแก่หลงเข้ามาในวงโคจร 1 ชีวิต  เหอๆ น่าสงสาร  แต่ไงก็ขอบคุณที่ทำให้ฝันเป็นจริงข้อนึงนะกั๊บ ฝันอาไร?...ก็นั่งมอไซค์ดูดาวอ่ะ เหอๆ แค่เนี้ยแหละความฝันของนู๋จิ ชีวิตผ่านมาหลายปีเพิ่งสำเร็จ  ขอบคุณนะคราบลุง.. ฝันน้อยๆแต่มีค่ายิ่ง.. ซึ้งไปป่าว? เหอๆ อย่าร้องไห้นะ  
 
ไปอ่านหนังสือต่อละ หายปวดหัวแล้ว บายๆทุกคน อย่าลืมอัพเมื่ออ่านถึงตรงนี้ เข้าใจ๋??
 
6月17日

อัพจั๊กหน่อย

ซาร่า:กรี้ดดด!! โอ้ววว จอชช มันยอดมากเลย  ซาร่าแบบว่า ไม่ไหวแล้วๆๆๆค่ะจอชชช....
จอช : อะฮื้ม ใจเย็นๆซาร่า เกิดอะไรขึ้นหรือ??ไหนบอกจอชซิ
ซาร่า:ก็นี่ไง จอช  คุณไม่เห็นนี่เหรอ นี่ไงซีดี ซาร่าไปเจออยู่โลตัสวันนี้ มันยอดมากเลยย จอชช  ซาร่าทนรอฟังไม่ไหวแล้วว
จอช: ไหนๆ ขอจอชดูมั่งซิ......โอ้สสสส!!! มันยอดเยี่ยมจิงๆด้วยนะซาร่า  คุณช่างเก่งจิงๆที่หาซีดีพวกนี้เจอ! 
ซาร่า: ก็ไม่เห็นจะยากเลยค่ะจอช แค่คุณเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น2ของโลตัส  คุณก็จะพบร้านเทปซีดีชื่อว่า Imagine ตั้งอยู่มันเป็นร้านเล็กๆค่ะ แต่มันไม่ธรรมดานะคะจอช มัน..มัน...โอ้...มันมีสิ่งมีค่าเหล่านี้อยู่ค่ะจอช! ซาร่าพูดไม่ได้แล้ว ซาร่าต้องรีบไปเปิดฟังแล้วล่ะค่ะ ไปนะคะจอชช
จอช: เดี๋ยวสิ ซาร่า อย่าเพิ่งไป อย่าทิ้งผมไป..ไม่..โนว...ขอผมไปฟังด้วยคนน
ซาร่า: ตามมาสิคะจอช...
 
มาดูว่าซาร่ามีอะไรเด็ดๆบ้าง??
 
> super junior อัลบั้ม show me your love (ที่ร้องกับ TVXQ ) โอ้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะมีขาย ยังๆยังไม่พอ..ยังมีนี่...
> super junior อัลบั้มเต็ม ปกสวยใสน่ารัก มันยอดมากส์
> KANGTA!! อัลบั้ม Persona ข้างในมีภาพคังตะมากมาย..กรี้ดด.. ยังมิพอๆ..
> TVXQ อัลบั้ม rising sun จิงๆไม่ได้ชอบวงนี้หรอก แต่ถือว่ามันหายากเลยซื้อมา มีโปสการ์ด+vcd ขายเฉพาะในไทยเลยมีภาษาไทยที่หนุ่มๆเขียนไว้ในนี้
 
ซาร่ายังแนะนำมาอีกว่าใครชอบวงTVXQ ไปซื้อได้ที่ร้านนี้ เพราะยังมีอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นขายด้วย ส่วนซาร่าขอแค่นี้ก็ยอดมากส์แล้ว นะเคอะๆ
 
6月11日

กฎแห่งเกรียน (grean's law)

ไปเจอบทความนี้โดยบังเอิญ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง  ลองอ่านดู เหอๆๆ
 
ค้นหาพลังแห่ง เกรียน

ภาษาไทยวันละคำวันนี้ขอเสนอคำว่า เกรียน หากเปิดหาคำนี้ใน พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า 141 จะพบว่าถูกนิยามความหมายไว้ 3 ความหมายด้วยกันดังนี้

เกรียน ๑ [เกรียน] ว. สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือ พื้นที่ เช่น ผมเกรียน หมาขนเกรียน หญ้าเกรียน

เกรียน ๒ [เกรียน] ดู เลี่ยน ๑.

เกรียน ๓ [เกรียน] น. แป้งซึ่งนวดด้วยน้ำร้อนแล้วไม่น่ายเป็นเม็ดปนอยู่ เม็ดนั้นเรียกว่า เกรียน; เรียกปลายข้าวขนาดเล็กว่า ข้าวปลายเรียน

แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงคำนี้ตามที่พจนานุกรรมให้นิยามไว้หรอกนะครับ แต่ผมขอพูดถึงมันในแง่มุมของมนุษย์ Cyber กันดีกว่าเราจะมาค้นหาความหมายของมันกันและเมื่อรู้ความหมายแล้วอย่าลืมสำรวจตัวเองด้วยนะว่าคุณ “เกรียนหรือเปล่า”

ต้นกำเนิดแห่ง เกรียน

เกรียน คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใดไม่มีหลักฐานระบุชี้ชัดได้ แต่ที่แน่ๆ บนศิลาจารึก หลักไหนๆ ก็คงไม่มีคำๆ นี้ปรากฏอยู่เป็นแน่ ผู้คร่ำหวอดในวงการณ์เกมบางคนบอกว่า พบเห็นคำนี้ครั้งแรกมาจากเกมออนไลน์ที่มีผู้นิยมเล่นสูงสุดเกมหนึ่ง ส่วนผู้คร่ำหวอดในวงการณ์บอร์ดบอกว่าเห็นครั้งแรกในเว็บซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีผู้ใช้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ผมจึงไม่สามารถอ้างอิงได้ว่ามันมีต้นกำเนิดจากที่ใดกันแน่ รู้แต่เพียงว่าวันนี้มันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

การขยายตัวของ เกรียน

เกรียน ไม่ใช่คำด่าพร่ำเพรื่อเหมือนอย่างคำด่าอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแห่ง แต่เป็นคำที่ใช้ เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มคนประเภทหนึ่ง กลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนพิเศษนักวิชาการบางท่านบอกว่า เป็นอาการของคนที่เสพหญ้ามากเกินไป จนคอโรฟิวในหญ้าไปอุดตันสมอง จนส่งผลให้การทำงานของสมองซีกขวา ซึ่งเป็นสมองด้านของเหตุผลและการเรียนรู้ หดตัวลง ในขณะที่สมองซีกซ้ายที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อารมณ์ขยายตัวใหญ่ขึ้น จึงส่งผลให้คนกลุ่มนี้ใช้แต่อารมณ์มากกว่าเหตุผลและการวิเคราะห์ไตร่ตรอง ดังจะพบพฤติกรรมดังกล่าวได้บ่อยๆ ในเกมออนไลน์ หรือตามเว็บบอร์ดทั่วไป สาเหตุที่ทำให้คำนี้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นไม่ใช่เพราะมันถูกนำมาใช้เป็นคำแฟชั่นหากแต่กลุ่มคนประเภทดังกล่าวขยายตัวมากขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็วจนยากที่จะหยุดยั้งได้ต่างหาก

กลุ่มที่อยู่ในสภาวะ เกรียน

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจนเหมารวมไปเลยว่า เกรียน คือ กลุ่มเด็ก ตั้งแต่ ป.1 จนถึง มัธยมปลาย ที่ตัดผมสั้นเกรียน สาเหตุที่หลายคนตีความแบบนั้นอาจจะเป็นด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นคือทรงผมที่เลี่ยนเกรียนติดหนังหัว ซึ่งความจริงแล้วตาม “กฎของ เกรียน” หรือ “เกรียน Law” นั้นลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงรากศัพท์ของคำว่า เกรียน เท่านั้นเอง หากแต่ในความเป็นจริง ตามหลักของ “เกรียน Law” คือ “ความเกรียนไม่จำกัด ทรงผม อายุ เพศ หรือ ฐานะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในความเกรียนเหมือนกันหมด” ดังนั้นจึงพอจะสรุปได้ว่า สภาวะเกรียน เป็นสภาวะของพฤติกรรม ทางความคิด หาใช่ลักษณะทางกายภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจกันไม่

ทำไมต้อง เกรียน?

หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลาหลายวันผมได้พบว่า คำเหยียดสติปัญญาคำนี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่ว่า กลุ่มคนที่อยู่ในสภาวะเกรียนส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และเป็นกลุ่มเด็กที่เล่นเกมออนไลน์ อาจจะด้วยเพราะเกมออนไลน์ในบ้านเรา เปิดกว้างมากจนเกินไป จนเกิดการกระจุกตัวทางการแสดงออกในสถานที่เดียวกัน จนเมื่อเด็กๆ เกิดการคลุกคลีกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมบ่อยๆ จึงดูดซึมพฤติกรรมเลวร้ายเหล่านั้นมาใช้โดยไม่มีคนคอยให้คำแนะนำ โดยพฤติกรรที่เราจะพบเห็นได้จากเด็กที่อยู่ในสภาวะเกรียนก็คือ การกระทำที่ไร้ความคิด พฤติกรรมไร้เหตุผล พฤติกรรมก้าวร้าวทางคำพูดและความคิด เมื่อเข้าสู่สภาวะเกรียนสมองซีกซ้ายจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งคนที่อยู่ข้างๆ ต้องเข้าระงับสติด้วยการ เบิร์ดกระบาล ซีกซ้ายซะหนึ่งที ก่อนที่อาการจะลุกลามถึงขั้น “โคบ้า” ถ้าเป็นพวกวิกฤติหนักๆ ก็อาจจะกลายเป็น “กระบือบ้า” ได้เหมือนกัน

อาการที่เรียกว่า เกรียน

- กลุ่ม เกรียน มักจะมีความเชื่อมั่นตัวเองสูงในจินตนาการ แต่ปฏิบัติตัวตรงกันข้าม อยากเทพแต่ทำตัว*** เกรียนประเภทนี้มีคนให้นิยามจำแนกออกมาเป็น กลุ่ม เทพเกรียน หรือ King of เกรียน หรือ เกรียน เหนือ เกรียน

- กลุ่ม เกรียน มักจะมีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ มักแสดงออกทางคำพูด มากกว่าทางความคิด หรือทีเรียกว่า “พูดโดยไม่คิด” ในบางรายจะชอบด่าทอผู้อื่นแบบไร้เหตุผล โดยเชื่อมั่นว่าตัวเองถูกเสมอ จนบางครั้งก้าวล่วงไปถึงบุพการีของผู้อื่น

- ชาวเกรียนจะมีความสุขไปกับการ ด่าคนแบบไร้ เหตุผล และอดีนาลีนของชาวเกรียนจะสูบฉีดรุนแรงขึ้นเมื่อถูกด่าตอบ ชาวเกรียนมีพฤติกรรมที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ดังจะพบได้ตามเว็บบอร์ด ในกระทู้ดักควายต่างๆ พอเห็นคนเข้ามาด่าก็นั่งยิ้มชื่นใจ จนกลายเป็นค่านิยมเสพติดของพวกเค้าไปแล้ว

- อาการหนึ่งที่เห็นได้ชัดจาก กลุ่มเกรียนคือจะเป็นกลุ่มคนที่มี IQ และ EQ ต่ำ เนื่องจากไม่ค่อยชอบใช้ความคิด ชอบใช้แต่อารมณ์ สมองไม่สามารถดูดซึมเหตุผลเข้าไปได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องปลุกเร้าอารมณ์ก้าวร้าวจะตื่นตัวในทันที

จะหลีกเลี่ยงสภาวะ เกรียน อย่างไร

สภาวะเกรียนสามารถป้องกันได้โดยการสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรคเกรียน” การแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคเกรียน การอ่านหนังสือ สะสมความรู้ ใช้สมองซีกขวาในการตัดสินใจ คิดวิเคราะห์ต่างๆ รู้จักระงับอารมณ์ การเป็นคนมีเหตุผล เปิดโอกาสในการรับฟังผู้อื่น เหล่านี้คือผู้ที่จะสามารถหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้ นักวิชากรหลายท่านบอกว่า สภาวะเกรียนในเด็กจะหมดไปเมื่อพวกเค้าบรรลุนิติภาวะ แต่ในทัศนะของผมแล้ว การจะหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้คุณจะต้องบรรลุนิติภาวะทางความคิด ไม่ใช่อายุ เพราะอย่าลืมว่า ความเกรียนมีอิสระเสรี สามารถเข้าสู่ทุกคนได้ หากคุณมีพฤติกรรมต่างๆ ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นโปรดระลึกว่า สภาวะเกรียนได้ย่างกรายมาสู่คุณแล้ว อย่าปล่อยให้มันฝังรากเข้าสู่กมลสันดารของเราได้ รีบสะบัดมันให้หลุดพ้น ก่อนที่ชื่อของเราจะถูกเปลี่ยนเป็น “ไอ่เกรียน”  
6月10日

แวะมาเม้าเล่นๆ

เล่าไรดีหว่า... มีเวลาเล่นเน็ตทีไร เป็นต้องอัพเรื่อยเลย กลัวเพื่อนคิดถึงอะ ก๊ากๆ หลงตัวเองป่าวเนี่ย
เมื่อวานไปเลี้ยงน้องรหัสกะ ลี่ แป๋วมา ซุปไม่มาด้วยเนื่องจากติดภารกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะเฮดรุ่น
ร่วมงานถวายพระพรฯที่คณะอะ
เลยได้ไปกัน3สาวกะน้องๆ4คน โดยมีน้องรหัสลี่ อาสาเป็นโชเฟอร์พาพี่ๆไปเลี้ยง ดี๊ดี ประหยัดน้ำมันพี่ๆ 555
ไปเลี้ยงครัวริมน้ำกัน กินเสร็จก็ยังไม่อยากกลับ ไอ้ลี่ยุยงให้ไปเกะต่อ แล้วเราก็หลวมตัวไปกันอีกแล้ว 555 ว่าจะไม่ไปแล้วเนี่ย ไม่น่าเลย...แต่ก็ไป55... น้องแป๋วกะแป๋วไม่ค่อยได้ร้องเลย(ขี้อายทั้งสาย)  ก็เลยมีแต่คู่พี่น้องร้องเพลงอยู่2คู่  คือลี่ กะฉันเอง จะหนุกกว่านี้ถ้าน้องร้องเยอะๆ
วันนี้เรียน8โมง ตื่น8โมงพอดี แม่เจ้า! ไม่ได้อาบน้ำเลย  หัวฟูวิ่งออกมา อายคนข้างบ้านว่ะ มองด้วยสายตา... ทันหยิบดัชมิลค์(อาหร่อยดี มีปราโยชน์!!)ในตู้เย็น1กล่องน้อยนิดแต่มีค่ามหาศาลมาดูด 3 จ๊วบหมด-3-อย่างรวดเร็ว  วันหลังต้องไปซื้อนมแบบกล่องจัมโบ้ซะแว้ว เวลาฉุกเฉินจาได้มีพลังงานเข้าร่างกายหน่อย เดี๋ยวจาโง่มากไปกว่านี้ ขนาดตัวเองยังดูแลตัวเองไม่ดีเลย แล้วจะไปดูแลใครได้ 555+  "คนไข้รอผมอยู่"  จำใส่ใจนะนู๋...
วันนี้เจ็บคอเลยอะ ไม่รู้เป็นเพราะร้องเกะมากหรือหวัดลงคอกันแน่ เมื่อเช้าบ้วนปากมีเลือดออกมาด้วย  แปลว่าอาไรเนี่ย ไม่รู้...ก็คงแปลว่าสูญเสียฮีโมโกลบินไปไง เหอๆๆ ดูมีความรู้ขึ้นมากเลยนะเนี่ย กั่กกๆ 
 วันนี้ทำpost test lab biochem เจ็บใจตัวเองอีกแล้ว คำนวณไม่เป็นอะ รู้สึกถึงความโง่คำนวณของตัวเองมากเลย ทั้งที่ก่อนสอบก็ติวซะดิบดี อธิบายให้คนอื่นฟังพร้อม แต่พอสอบดันงงหน่วยเอง เฮ่ยยยังไงเนี่ย ก่งก๊งกะตัวเองซักพัก กริ๊งงง!!.. หมดเวลา ซวยอีกแล้วตู! เมื่อไหร่จาคำนวณเป็นกะเค้าซะทีวะ เทอมก่อนก็ทำไอ้คำนวณเรื่องนี้ไม่เป็น เทอมนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ตัวได้ เฮ่อออ ชีวิตคำนวณล่มสลาย... ดีที่ข้ออื่นตอบถูก วะฮ่าๆๆ เป็นประวัติศาสตร์การทำpre- post test ได้มากสุด ถ้าไม่มีข้อคำนวณหนิ เต็มม..เอิ๊กกๆ สรุปคือฉันมันโง่อะนะ..
พรุ่งนี้ไปสอบเชียร์กะพี่งะ จะโดนด่าอีกป่ะเนี่ย  น่ากัว.. นั่งหน้าสุดเลยฉัน อามิตตาพุทธ..เจ็บคออยู่ด้วยเนี่ย จาพยายามทำปากกว้างๆลิปซิงค์ละกัน 555 
6月8日

No Mood-*-

กำลังจะหลับคาคอมแล้ว แต่มันเพิ่ง3ทุ่มครึ่งเอง จะนอนไม่ได้ เลยมาบ่นๆเผื่อจะหายง่วงขึ้น แนะนำว่าไม่ต้องอ่าน เพราะกำลังรมณ์บ่จอย.. 
 
เหนื่อย.. เมื่อกี้เพิ่งงีบไปครึ่งชม. ตื่นมาไม่สดชื่นเลย หงุดหงิดกว่าเดิมอีก เป็นไรฟะ  ปวดหัวชิบ.. เหมือนจะไม่สบายแต่ก็ยังสบายดี เหมือนอยากนอนแต่ก็ไม่อยาก ตัวร้อนทั้งที่เปิดแอร์อยู่ รมบ่จอยเลยเนี่ย เป็นเครียดๆ แต่ไม่รู้เครียดอาไร เกิดกล้ามเนื้อหดตัวบริเวณคิ้วทั้ง2เข้าหากันเองโดยไม่รู้ตัว ควบคุมไม่ได้ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด อารมณ์แปรปรวนอยู่ข้างใน ดีที่ไม่มีใครมากวนใจ ไม่งั้นอาจมีเรื่อง(หึหึ)  ขนาดตัวเองยังรำคาญอารมณ์ตัวเองเลย  แบบว่าไม่ได้อยากอารมณ์บ่จอยเลย แต่สภาพร่างกายมันทำให้เกิดอารมณ์นี้เอง งงป่ะ เออ ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทันเหมือนกัน  แต่พระท่านสอนให้เราตามจิตของเราให้ทัน รู้ว่าจิตเราตอนนี้เป็นอย่างไร คิดอะไร หาสาเหตุของสิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์นี้ ประมาณว่ารู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองน่ะ เคยได้ยินมั่ย  นั่นแหละ ตอนนี้ชั้นกำลังพยายามจะรู้เท่าทันมัน แต่มันไม่รู้ไง เลยหงุดหงิดอยู่เนี่ย เป็นบ้าไรเนี่ยกุ... เริ่มหายง่วงแระ...ธรรมะนี่ดีจิงๆ Buddha best!!
 
มาหาสาเหตุดูซิ ฉันเปนอาไร??
ข้อสันนิษฐานแรก>>สงสัยวันนี้ดมฟอมาลีนมากเกินไป  ก็วันนี้ไม่มีพัดลมเป่าให้กลุ่มเราเลยอะ พอเดินไปหันพัดลมมาใส่กลุ่มเรามั่ง กลุ่มอื่นก็โวยวายเอาพัดลมหมุนคืน  -*- กำ....กุปวดหัวว้อย ขอนิดขอหน่อยก็ไม่ได้(คิดในใจ) (กลุ่มลี่อะแหละ หึๆงอน...)  กลุ่มเราเลยต้องทนๆเวียนหัวไป ทำเสร็จก็ยังไม่รุสึกอะไรมาก แต่กลับมาทำไมพลังงานฉันหดหายไปมากอย่างงี้ นั่งเป็นง่อยหน้าทีวีอย่างช่วยไม่ได้   คลื่นไส้ว่ะ..
ข้อสันนิษฐานที่สอง>>เนื่องจากเนื้อหาวิชาที่เรียนและชีทอันมากมายทำให้รู้สึกกลัวการอ่านไม่ทัน ซึ่งก็เป็นอยู่แล้ว เกิดความเครียด>ปวดหัว>คลื่นไส้>รมบ่จอยในที่สุด
ข้อสันนิษฐานที่สาม>>ปัจจัยส่งเสริมของอาการ น่าจะเกิดจากความกลัวการจากลาของพี่ชายกะป๊า -_-"ซึ่งป๊าก็ไปแล้ว ส่วนพี่จะไปพรุ่งนี้อ่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ ทั้งที่ไม่เห็นจะต้องเศร้า  พี่ไปเรียนเว่ย บอกกับตัวเอง เขาไปดีๆ แต่ก็เศร้าอะT_T  นึกภาพว่า 7 เดือนจะไม่มีพี่ชายในบ้าน น้ำตาจะไหลว่ะ จิงๆนะ  โชคดีพรุ่งนี้หยุด(ถวายพระพรในหลวง) จะได้ไปส่งพี่ที่สนามบินได้  ฮือๆๆ เศร้า...ไม่ชอบแบบนี้เลย ตัวเองอ่ะ..
 
สี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่มีอารมณ์อ่านสือเลย งะ สมองมันตื้อไปหมด วันนี้เรียนlecture 8 ถึงเที่ยงเลย อัดเต็มที่ บ่ายโมงก็ทำกลอสต่อถึงเย็น มิน่าละ ถึงเป็นง่อยแปล้อยู่อย่างงี้  ขนาดตอนเย็นไม่ได้ซ้อมเชียร์กะเพื่อนต่อนะเนี่ย ก็ขี้เกียจรอเพื่อนอ่ะ กว่าจะรวมกันครบ เราเสร็จก่อน เลยกลับบ้านเลย เหนียวตัว.. 
จะเล่าไรอีกดี ไม่มีอารมณือ่านสือจิงๆนะเนี่ย.....-_-วันนี้กลอสก็เลาะกระดูกสันหลังอาจานใหญ่อ่ะ  เอาสิ่วเอาเลื่อยมา  น่ากัวอ่ะ มีมีดใหญ่ๆ ค้อนทุบ แต่กลุ่มเราหยิบค้อนไม่ทัน หมดก่อน ก็เลยapplyอิฐก้อนบักใหญ่ใต้โต๊ะ(ไม่รุมันมาอยู่ได้ไง)มาทุบแทน พี่เบสท์ก็เป็นคนทุบ โชเป็นคนจับสิ่วให้ ทุบไปทุบมา โดนนิ้วโช โอ้ยยย!!ซะลั่น กลุ่มอื่นหันมามองหมดเลย เหอๆๆ  ดีที่ไม่ใช่เลื่อย  นิ้วสาดด..55+
 
วันนี้วันเกิดม๊อมมีล่ะ แต่ไม่ได้ทำอะไรพิเศษให้ม๊อมมีเลย  รู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำไรพิเศษๆดีเพราะปกติม๊อมมีก็ไม่ค่อยชอบให้ทำอะไรให้อยู่แล้วอ่ะ เมื่อก่อนเขียนการ์ดให้ตลอด  แต่ช่วงหลังๆก็ไม่ได้ทำให้แล้ว เพราะรู้สึกเขียนกี่ปีๆก็เขียนเหมือนเดิมงะ เลยไม่ได้เขียนมาหลายปีแระ ก็เลยเอาเป็นว่า เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ช่วยงานบ้าน เหมือนเดิมนั่นแหละ แค่นี้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้ว ใช่ป่ะ ก็อาจารย์สอนแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆแล้วอ่ะ เหอๆๆ  หัวอกคนเป็นพ่อแม่จะต้องการอะไรนอกจากให้ลูกเป็นคนดี 55+เนอะ

karaokelism

เวลา - บีม จารุวรรณ
 
วันเวลาให้สองเรานั้น ได้มาพบมาเจอกัน
วันเวลาก็แยกเราจากกัน
วันเวลาได้ผ่านพ้น ล่วงเลยมาเนิ่นนาน
แต่ไม่เคยให้ใครมาแทนที่เธอ

* วันคืนที่ผ่านไป ใจฉันไม่ลืมเธอ
เธอยังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
ฉันนั้นยังห่วงใย แม้จะนานเท่าไร
แต่ฉันไม่อาจลบภาพเธอได้เลย

** เมื่อฝนซาก็หน้าหนาว มันผ่านมาอีกคราว
ทำให้ใจฉันมันสั่น ต้องหวั่นไหว
ก็เพราะฉันคิดถึงเธอ
ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ไหน เธอจะอยู่อย่างไร
จะคิดถึงฉันหรือเปล่า เมื่อเธอท้อ
ก็ขอให้รู้เอาไว้ ว่าฉันคิดถึงเธอ

เวลามองที่ฟ้าไกล ภาพที่ได้เห็นก็คือเธอ
ดูเธอไปอยู่ในสุดตา
เคยมีเธอห่วงฉัน แหงนดูดาวใกล้กัน
แต่วันนี้ ฉันไม่มีเธอ แม้เงา
(*,**,**)
 
เพลงมันโดนอีกแล้ว เฮ่อ... 
วันนี้ไปร้องเกะกะเจ้ แป๋ว ..ร้องอีกแล้วเรา ท่าทางจะติดนะเนี่ย โดนลี่มอมเมา เหอๆๆ 
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ร้องเดี่ยวได้คะแนน100แน่ะ! หุหุหุ เพลงไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน ของ วิยะดา โกมารกุล เอิ๊กๆ เก่งมะๆแอบภูมิใจ.. เจ็บคอนิดๆแฮะ ร้องเพลงเก่ามั่กๆวันนี้ อาทิเช่น ลิฟต์ออย เจอาร์วอย แรพเตอร์ ไจแอนท์ อ้อน ไทคูณ โฟร์ท อู๋ธรรณธร เป็นต้น ก๊ากๆ
ช่วงนี้คาดว่าเป็นโรค hyperkaraoke singing -_-ฉะนั้นอย่าได้พูดถึง karaokeให้ได้ยินเชียว เพราะตะบะจะแตกได้ทุกเวลา เดี๋ยวไม่ได้อ่านหนังสือหนังหากันพอดี เจออีกทีพาดหัวนศ.พ.ร้องเกะหักโหมตายคาร้านเกะ เอิ๊กๆๆ 
6月3日

H.O.T, My Brother, My Family and The Confession(ย๊าวยาว)

เย้ๆๆๆในที่สุดซีดี H.O.T 4 แผ่นของเราก็เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงมือเราในเวลาบ่ายสองกว่าๆ  ดีใจกันโหน่ย 555+ เพื่อ?? เดี๋ยวก็จะมาขอwriteกันใช่มะละ รู้..  เด๋วต้องคิดค่าลิขสิทธิ์ด้วย  แผ่นละเท่าไหร่ดี เอิ๊กๆๆ  4 แผ่นก็หมดไปเกือบ 2 พันบาท  ใช้เงินท่านพ่อท่านแม่จ่าย เหอๆๆ ขอบคุณนะค๊าป่าป๊ากะม๊อมมี ^^  ยังไม่ทันจะเปิดฟัง พี่ชายก็คว้าเอาไปwriteเก็บก่อน เหอๆๆ 
 
ศุกร์หน้าต้องอยู่เฝ้าบ้านกะม้อมมี 2 คนT_T เนื่องจากป๊ากะพี่จะไปนอกกันแล่ว แงๆอยากไปด้วยย วันที่ 7 ป๊าไปประชุมที่สิงคโปร์ 1 อาทิตย์  ส่วนวันที่9 กูฟก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษโน่นน ไปตั้งนานแหม กลับธันวาโน่น แง๊ๆๆๆ เหงาตายเลยช้าน ง่าๆๆๆทำใจไม่ได้  ตอนเด็กๆพี่ก็เคยไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ  ไอ้เราก็เด็กๆอยู่เฝ้าบ้าน อย่างเหงาเลยอ่ะ จำได้  คราวนี้ไปนานกว่าตอนนั้น ชั้นจะเหงาขนาดไหนเนี่ยย! ตอนอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันเท่าไหร่  มีแต่ไปกะเพื่อนฝูงของตัวเอง  มีทะเลาะกันบ้าง งอนกันมั่ง ตามประสาหมาแมว?! เคยคิดอยากเกิดก่อนพี่ตัวเอง จะได้ไม่ต้องมาเป็นเบี้ยล่าง เหอๆๆ  แต่พอโตขึ้นเราก็เริ่มเห็นความเป็นผู้ใหญ่ของพี่ตัวเอง แบบว่าเอ้ออ..พี่ชายฉันก็ไม่เลวนี่หว่า เก่งพอตัว..คงจะเอาตัวรอดได้ เหอๆ พอเราเข้ามหาลัยก็รู้สึกว่าพี่ชายจะยอมรับในตัวเรามากขึ้น (รึป่าววะ? หรือคิดไปเอง??) ก็แบบว่า ไม่ค่อยว่านู่นนี่มาก ให้คิดเองมากขึ้น  สอนอะไรหลายๆอย่าง ยิ่งตอนก่อนเอ็นฯ เครียดๆ พี่ก็ช่วยสอนฟิสิกส์ คณิตให้ด้วย เวลาร้องไห้ พี่ก็จะเป็นเหมือนที่ปรึกษา ให้กำลังใจ ป้าดด..ซึ้งแล้วล่ะสิ T_T  มองย้อนกลับไป ทำไมเราชอบทะเลาะกันแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ไม่รู้  ทำไมไม่รักกันเหมือนแบบในAutumn in my heart  "พี่ชาย......(ทำเสียงเล็กๆ) " 555+   แต่ก็รู้อยู่ว่ารักกัน ใช่ป่ะ
เราจะมีภาษาต่างดาวใช้สื่อสารกันโดยเฉพาะซึ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจ เป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้อยู่เหอๆ  แต่ไม่บอกหรอกว่ามีอะไรบ้าง ภาษาใครภาษามันนะ เวลาคุยโทรสับกะพี่ มีคนบอกว่า นึกว่าคุยกะแฟน 555 เรียกกันซะน่ารัก ยกตัวอย่างละกัน เช่น เรียกกันว่า "ตัวๆ" แล้วเวลาเรียกแทนตัวเองกะพ่อแม่ ก็จะเรียกว่า"น้องหนู"  คนได้ยินใหม่ๆก็จะขำๆ อะไรน้องหนูๆวะ?  ใช่ป่ะ  แต่มันเป็นเรื่องปกติของบ้านเราอ่ะ ส่วนชื่อพี่เราชื่อ"กอล์ฟ" มันก็เปลี่ยนเป็น"กูฟ"(มาจากตัวกูฟฟี่ของดิสนีย์น่ะ)  เลยมี 2 ชื่อ แล้วแต่อารมณ์จะเรียกกัน  ส่วนคำว่า"แม่" ก็จะใช้ตามสถานการณ์  ถ้าพูดทางการหน่อยก็ "แม่..."  แต่ถ้าเวลาทั่วๆไปส่วนใหญ่ก็จะเรียก "ม้อมมี..." (เหมือนฝรั่งมั้ยละ 555) ส่วนคำว่า "พ่อ" ไม่ใช้ฮ่ะ(ยกเว้นเวลาคุยกะเพื่อนเวลาอ้างถึงป๊า) เราใช้ "ป่าป๊า/ป๊า/ปั๊ปป๋า" มากกว่า 
 
มีเรื่องจะสารภาพกะลุงด้วย(ลุงนั่นแหละ ไม่ต้องงง) จิงๆแล้วพี่ชายจอยอยู่ปี4 เพิ่งจบปีนี้ แต่ทำไมถึงบอกว่าจบนานแล้วใช่มะ? ก็เพราะตอนแรกเกิดความระแวง( ..)   เลยไม่อยากให้รู้จักพี่ชายเราซึ่งอยู่คณะเดียวกัน  จิงๆไม่อยากให้พี่เจอด้วยละ  ไม่รุทำไมเหมือนกัน  ประมาณนั้น..เลยต้องโกหกเรื่อยมาว่าจบแล้ว  แค่นี้แหละ บอกไว้เฉยๆ กลัวบาปกรรม หลอกคนแก่.... มุสาวาทา... เวระมะนีสิกขาปะทังสัมมาทิยามิ๊..._/\_(กราบ) อโหสิให้ด้วยนะลุง..
 
 
 
 
 
 
6月2日

อะแด๊บๆๆ

 1 อาทิตย์ของการเรียนปี2!!  รู้สึกเหมือนน๊านนาน กว่าจะหมดแต่ละวัน โอยจอชช.. นั่งจนตูดบาน หน้าหงิกเลย หงิกเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง จานพูดไรวะ? ก่งก๊ง ตามไม่ทัน จดยังไงดี สมาธิหลุดตัลหลอด เฮ้อ..ทำไมจานชอบสอนต่อๆกันอะ มันเบลอมากกค่ะ สมองdelayตลอด  ไอ้ที่อัดเสียงไว้ก็ไม่น่าฟังเล้ย  ต้องพยายามอ่านทบทวนวันต่อวัน ไม่งั้นดินพอกหางหมูอะ  ไอ้เราก็ทำไม่ได้ซักทีหรอก พูดไปงั้นแหละ เรียนทั้งวันก็เหนื่อยแล้ว  ตอนเย็นก็มีซ้อมเชียร์ต่ออีกเลิกประมาณทุ่มสองทุ่ม แล้วแต่ความปรานีของเพื่อนสตาฟ  กว่าจะขับรถกลับบ้าน อาบน้ำ คุ้ยเขี่ยหากิน ลั่ลล้าไปมาในบ้านอีก--- วิกฤตของชีวิตก็ช่วง5ทุ่มนี่แหละ สุดๆเลย ต้องฆ่าฟันกับความง่วง ด้วยการดูทีวี เล่นเน็ต กว่าจะได้เปิดหนังสือหนังหาก็หลังเที่ยงคืน ซึ่งมันก็ไม่ได้สดชื่นตาสว่างขึ้นเลย ได้แต่มองหนังสือเป็นตั้งๆบนโต๊ะ และคิดว่า ชั้นต้องอ่านหมดเลยเหรอเนี่ยย จะเริ่มตรงไหนดี? จะเอาวิชาไหนก่อนดี? มันยากไปหมดเลย-*-
 
เมื่อวานเรียนgrossครั้งแรก ฝนตกหนักเชียว.. มีpretestก็ทำบ่ได้ จานยังไม่ได้สอนไรเลย...จะตอบยังไงละ  ไอ้เราก็อ่านmuscleมานิดนึง กะว่าจะพอรู้เรื่องมั่ง ดั๊นมาจิ้มๆถามหาแต่nerveเสย... ม่ายรู้เรื่องคับ! เขางอกตั้งแต่ต้นชม.ยันจบชม.เลย  (เรียนเสร็จวิ่งลงปลัก ลากเกวียนดุ่ยๆกลับบ้านได้เลย เหอๆๆ) 
ฉันได้ครูใหญ่เป็นผู้หญิงผอม เวลาเลาะก็ต้องบางๆเพราะอาจไปโดนmuscleได้ง่าย ซึ่งอิฉันก็ทำซะหนาเลย nerveข้างๆตัวหายหม๊ด  แถมทำ fascia หลุดติดขึ้นมาอีก(ก็ครูใหญ่ผอมอ่ะนะ---แก้ตัว) เลยต้องเลาะออกไปแปะคืน เหอๆ  แต่พี่ก็บอกว่ามันไม่สำคัญอะไรไอ้nerveข้างๆน่ะ  เลาะๆไปเถอะน้อง ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อต่างหาก เหอๆ ค่อยยังชั่ว คราวหลังจาเลาะให้สวยๆขึ้นนะกั๊บ  เวลาทำก็มีพี่ปี3มาช่วยเยอะเลย ช่วยเลาะ ช่วยสอน ช่วยconference ก็พอรุเรื่องขึ้นนิดนึง แต่ก็ยังงงๆ แบบว่า ทำเสร็จแล้ววันนี้กุได้อาไรบ้างเนี่ย นอกจากวิธีเลาะ เหอๆ เหมือนไม่ค่อยได้อะไรเลย  เซงสุด คือหนังสือ At Last ของอิฉันน มัน.. มันถูกรุมโซม ด้วยน้ำมือของหลายๆกลุ่ม จากที่เอามาให้ตัวเองดูกลายเป็นกลุ่มอื่นยืมไปกางดู  หันไปมองทีนึงเห็นพี่ปี3คนนึงเอาถุงมือเปื้อนไขมันเยิ้มๆมาพลิกหน้าหนังสือช้านน โอ้วโน๊วว! โวยวายเงียบๆอยู่โต๊ะตัวเอง จนพี่ไปเอามาคืนให้ เช็ดฟอมาลินออก เฮือกก...ขลังเลยหนังสือตู
-_-"   
 
วันอาทิตย์นี้เป็นวันแรกพบ จะได้เจอน้องรหัสแย้ว ตื่นเต้นๆ เมื่อวานไปซื้อของที่บิ๊กซีมากะลี่ ซุปแล้วก็ บ้าน ปวดขาชะมัด ยืนทำgrossก็เมื่อย+ตัวเหม็นแล้ว แต่ก็ยังลากขาไปต่อน่ะ  หมดไปประมาณ600บาท แต่ยังไม่ได้ซื้อของให้สายโคเลย(ต้องมั้ยเนี่ย?) ช่วงนี้ใช้เงินเยอะมาก ค่าหนังสือ ค่าmed ค่าของให้น้อง ค่าตัดเสื้อกาวน์เพิ่ม ค่า..............ข้ารักเอ็ง!!เฮ่ย ไม่เกี่ยว(แป๊กว่ะ-_-) เดี๋ยวมันต้องมีจ่ายอีกแหละ  จนแน่งานนี้.
 
วันนี้ถอนวิชาอังกฤษออกแล้ว ไม่ไหวอะ หลังจากได้เห็นวิชาอันน่ากลัวของคณะตัวเอง  อีกอย่างขี้เกียจขับรถไปคณะมนุดด้วย  ขอกอบกู้เกรดอันน่ารักของตัวเองให้รอดก่อนแล้วกัน อิอิ  แล้วเจอกันใหม่นะคณะมนุด...ขอปรับตัวก่อน อะแด๊บๆๆ