EUGENE 的个人资料*°:.。•.:★.•:*´¨`*:•.★.: ...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


9月5日

ปิดเทอมแล้วโว้ยย

ปิดเทอมแล้วโว้ยยย...  ประกาศให้รู้โดยทั่วกัน  ปิดเทอมคณะแรกโว้ยย 555 อิจฉาละเซ่ๆ   อย่า อย่า อย่า อย่าคิดแบบนั้นเลย  มั้นไม่สบายขนาดนั้น เพราะมันปิดแค่ 5 วันเอง
แล้วก็ต่อเทอม 2  แสดดด..  ชีวิตมันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือน AF4 ที่กำลังจะจบลงแล้ว เหอๆๆ แต่ยังไม่เคยดูเต็มๆซักครั้งเลยกรุ -_-" มัวแต่อ่านหนังสือสอบอ่ะนะ  เด็กดีอะค่ะ..
ตอนแรกปฏิญานตนจะต้องไปเต้นแอโรบิกหลังสอบเสร็จ จะลดพุงง  จะสร้างกล้ามเนื้อ อยากมีกล้ามแบบนักกีฬา  ไม่ได้อยากผอมแบบนั้นนะ แค่อยากดูดีเหมือนนักกีฬา (คงคิดว่า หน้าชั้นไม่ให้ล่ะสิ? เชอะ) วันนี้แหละจะได้รูซะทีว่า นู๋จิจะทำได้อย่างปากว่ามั้ยยย  นั่นน่ะสินะ ใครจะรู้ เพราะตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงเอง
 
เมื่อวานสอบวิชา phamaco เป็นวิชาสุดท้าย คาดหวังว่าตัวเองจะทำได้มากกว่ามิดเทอม เพราะมีเวลาอ่านตั้ง 3 วันเต็มๆ แถมทำสรุปเยอะด้วย (สวยด้วยนะ..  ใครอยากได้ไปซีรอกซ์ต้องจ่ายค่าบำรุงเอกสารฉบับละ 20 บาท 555 งกว่ะ)  ผลลัพธ์= ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ครือเก่า  อ.ออกไม่เหมือนข้อสอบเดิมเลยแฮะ ตรงแค่ 5 ข้อเองมั้งเนี่ย  แสดดด.... จำชื่อยาไม่ได้ จำกลไกไม่ได้ แต่ทำไมคนอื่นออกห้องสอบเร็วจังหว่า..ไม่เข้าใจ๊..  จะไม่คร่ำครวญมากมายแล้วละ_/ \_ เดี๋ยวสเปซนี้จะน่าเบื่อเกินไป จริงๆก็น่าเบื่อมานานแล้วล่ะสเปซชั้นเนี่ย บ่นหอยอะไรมากมาย จนอยากจะเปลี่ยนสเปซโละทิ้งเอาเวปใหม่แล้วเนี่ย แต่มันขี้เกียจเริ่มใหม่ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำใหม่แล้วจะดีกว่าอันเก่าซักเท่าไหร่กัน จะได้อัพอะไรมากมายมั้ย  ..สุดท้ายก็คิดได้ว่า ใช้อันเก่าเถอะคับ ไม่ต้องคิดมาก .. ที่คิดอยากเปลี่ยนก็เพราะรู้สึกว่าสเปซอันนี้มันมีความทรงจำตุ่นๆเดาๆเยอะเกิน เหมือนแผลเป็นในใจ ที่ไม่อยากจะจำเท่าไหร่ แต่ยังไงมันก็เป็นความทรงจำเราเอง มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกแค่เบื่อนิดโหน่ย  
 
วันนี้จะไปย้อมสีผมละคับพี่น้อง  ฉลองสอบเสร็จซะโหน่ย  ความสุขของผู้หญิงอะนะ ได้เข้าร้านเสริมสวยทำผม..  คราวที่แล้วดัดผมมา  มันก็เริ่มคลายๆละล่ะ ช่วงสอบไม่ได้ใส่มูสจัดทรงมันเลยไม่ค่อยลอนหยอง  แตงโมก็แซวว่าอ่านหนังสือจนผมตรงเลยเหรอ เหอๆ ขี้เกียจใส่มูสแล้วอ่ะ ผมมันจะแข็ง ตอนนี้ก็เลยปล่อยๆเรียบๆสบายๆ แต่ก็ยังดีอยู่ ผมไม่เสีย ก็นะทำร้าน big cut 600 บาท ถ้าผมเสียก็เวงแล้วว. ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะทำสีอะไรดี  อ่านในเวปเค้าบอกว่าวิธีจะเลือกสีผมให้เหมาะกับใบหน้าของเราต้องทำแบบนี้ 
 
ผิวขาวจัด หรือ ผิวขาวเหลือง
ควรเลือกสีน้ำตาลที่มีประกายแดง อย่างน้ำตาลแดงเข้ม น้ำตาลแดงจัด หรือน้ำตาลแดงม่วงเข้ม
เพื่อช่วยทำให้ผิวของคุณดูเป็นสีชมพูขึ้น ไม่ควรเลือกสีอ่อนที่ออกโทนเหลืองมากเกินไป
เพราะจะทำให้คุณ ดูซีดเซียว ถ้าอยากเปลี่ยนผมเป็นพวกสีบลอนด์ ก็ควรจะเป็นสีประกายทองเข้มๆ
อย่างบลอนด์เข้ม หรือบลอนด์ทองเข้ม เพื่อให้ผิวดูเข้มขึ้นด้วย

ผิวขาวชมพู
ไม่ควรเลือกสีเข้มๆ เหมือนสาวผิวขาวจัด แต่ควรเลือกสีออกน้ำตาลโทนร้อน อย่างน้ำตาลแดงจัด
น้ำตาลแดงเข้ม หรือสีมะฮอกกานี น้ำตาลปานกลาง จะทำให้ดูไม่ซีดเซียวเกินไป
ควรแต่งหน้าให้ดูคมเข้มขึ้น เพื่อช่วยเปลี่ยนบุคคลิกให้ดูเป็นคนใหม่

ผิวสองสี
สาวผิวสองสี เป็นคนได้เปรียบที่สุด เพราะสามารถเลือกสีผมได้ทุกสี ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มหรือสีอ่อน
อย่างดำน้ำเงิน น้ำตาลแดงม่วง น้ำตาลทอง หรือน้ำตาลอ่อน

ผิวสีน้ำผึ้ง ถึง ผิวคล้ำ
คุณควรเลือกสีโทนร้อนที่อ่อนกว่าผิวหน้าของคุณเล็กน้อย เพื่อทำให้ใบหน้าดูสว่างและนวลเนียนขึ้น
อย่างสีน้ำตาลแดงจัด น้ำตาลแดงอ่อน น้ำตาลแดงปานกลาง น้ำตาลเข้ม น้ำตาลทองเข้ม มะฮอกกานี หรือน้ำตาลอ่อน
 
สรุปว่า นู๋จิผิวขาวเหลืองแน่ๆเรย (ใช่มะ) งั้นต้องเอาสี น้ำตาลประกายแดง คร่า~*.*~ โอเค ตามนี้ คอยดูนะ จะดูดีป่าว ..
 
ถึง พี่ชายที่รัก....
(ถ้าตัวเองได้มาอ่าน)
  ชีวิตเด็กนอกไปถึงไหนแล้ว? ไม่ได้คุยกันนานเลยนะพี่ชาย ป๊าบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว เก่งภาษาอังกฤษด้วย แหม ปลูกต้นรักที่เมืองนอกไม่บอกน้องหนูเลย
คิดถึงตัวเองอ่ะ  ช่วงนี้เค้าเรียนหนักขึ้น แต่ก็เรียนดีขึ้นนิดหน่อย ไม่ค่อยเครียดเหมือนปี 2 เท่าไหร่ เริ่มปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว แล้วก็มีความสุขกว่าปีก่อนด้วย แล้วตัวเองล่ะ ปรับตัวได้หมดแล้วใช่ป่ะ คงhappyมากเลยดิ ไม่ได้คุยกันเลย ตั้งใจเรียนละกันนะพี่ชาย ขอให้มีความสุขกับรักใหม่ เหอๆ จุ๊บๆ
 
ถึงชาวโลกทุกคน
ขณะนี้ สถานการณ์โลกร้อน เพิ่มขึ้นทุกวันจนน่าตกใจแล้ว
เรามาช่วยกันลดภาระให้โลกของเรากันเถอะพี่น้องงง
เมื่อวานนี้หลังสอบเสร็จ นู๋จิได้ดู สารคดีโลกร้อน ที่ลุงโหลดมาให้ดู มีอยู่ 2 ตอนด้วยกัน เป็นสารคดีที่นาย อัลกอร์ (ยังจำคนที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคราวที่แล้วได้มั้ย นั่นแหละที่ชิงกะบุช แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้อย่างน่าเสียดาย) นายอัลกอร์คนนี้เค้าเป็นใคร?เป็นอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ก็ยังไม่ได้ค้นว่า เค้าเรียนอะไรมา ตอนนี้ทำอาชีพอะไรกันแน่ เดี๋ยวจะไปหาอีกที รู้แต่ว่าเค้าเป็นคนที่สนใจศึกษาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังคนนึง เค้าเดินทางไปทั่วโลก พบนักวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศ รวบรวมข้อมูล เพื่อดูว่าสถานที่แต่ละแห่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากน้อยเพียงใด เค้าถ่ายภาพสถานที่ต่างๆมากมายแล้วนำมาเปรียบเทียบกับอดีตพบว่ามันช่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตกใจและรวดเร็ว เช่น ธารน้ำแข็งที่ขั้วโลกมันละลายเร็วมาก จนหมีขั้วโลกจะต้องไม่มีที่ยืนแน่ในอนาคต  เค้าเห็นเทือกเขาคิริมันจาโรมีน้ำแข็งน้อยลงทุกที เค้าเห็นภัยพิบัติในประเทศต่างๆเพิ่มมากขึ้น แปรปรวนมากขึ้น เหมือนว่าโลกนี้อ่านตำรา วันสิ้นโลกมาอย่างนั้น  หลักฐานข้อมูลต่างๆที่เค้าศึกษามานานถูกบิดเบือนโดยทำเนียบขาวให้ดูเหมือนว่า สภาวะโลกร้อนนั้นเป็นเพียงเรื่องทฤษฎีเท่านั้น และกล่าวหาเขาว่าบ้าแต่เรื่องสิ่งแวดล้อมจนเกินไป  ซึ่งแน่นอนคนส่วนมากอาจจะคิดว่ามันก็เป็นวัฏจักรของโลก เดี๋ยวมันก็จะเหมือนเดิม เราคนเดียวไม่สามารถทำอันตรายให้โลกได้หรอก เราเป็นเพียงคนตัวเล็กๆคนนึงเท่านั้น  ได้โปรดอย่าคิดเช่นนั้นอีกเลย ในอดีตมันอาจจะจริง แต่ตอนนี้ เมื่อดูจากสิ่งที่นายอัลกอร์นำมาเสนอให้เราดูแล้ว จะพบว่า มันร้ายแรงถึงขนาดว่าอีก 1000 ปี ทวีปยุโรปสามารถกลายเป็นธารน้ำแข็งได้เลยทีเดียว!! จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลือที่นั่น แต่ไม่ใช่คิดว่าอีกตั้ง 1000 ปีแน่ะ ไม่กระทบเราหรอก ทำไมจะไม่กระทบกันล่ะ ทุกวันนี้เราก็มีผลกระทบอยู่แล้วเพียงแต่เรามองมันไม่ชัดเจน นายอัลกอร์เปรียบเทียบเป็นการ์ตูนให้ดูว่า ถ้าเปรียบมนุษย์เราเหมือนกับ กบตัวนึง ถ้ามีน้ำเดือดต้มอยู่ แล้วกบเกิดกระโดดเข้าไปในน้ำเดือดนั้น มันจะรีบกระโดดออกทันที เพราะมันถูกกระตุ้นด้วยความร้อนอย่างรุนแรง เหมือนมนุษย์ที่ต้องมีคนตะโกนบอกดังๆว่า "อันตราย!"คนถึงจะตื่นตัว   แต่ถ้าเริ่มต้นกบตัวนั้นอยู่ในหม้อน้ำที่เริ่มต้มใหม่ แล้วเริ่มหรี่ไฟแรงขึ้นๆ กบก็จะไม่กระโดดไปไหน เพราะมันไม่ถูกกระตุ้นอย่างแรง สุดท้ายมันก็จะตายหรือมีคนมาช่วยมันไป ... เมื่อดูสารคดีนี้จบทำให้นู๋จิรู้สึกประทับใจในการต่อสู้เรียกร้องให้โลกตระหนักถึงปัญหานี้ของนายอัลกอร์มากๆ เค้าเบื่อหน่ายรัฐสภา เบื่อหน่ายบุชที่ไม่ยอมทำตามข้อร้องขอของเค้าที่จะออกกฎหมายแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงจังเหมือนที่เคยสัญญาตอนรับตำแหน่ง เค้าอกหักจากการเลือกตั้งแล้วเค้าก็เลยตัดสินใจที่จะออกเดินทางบรรยายเองไปทั่วโลก แม้จะต้องพูดเป็นกี่พันรอบเค้าก็จะทำต่อไปน่ายกย่องจริงๆ   ...ตอนนี้นู๋จิรู้แล้ว่า ปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงร้ายแรงแล้วก็ใกล้ตัวเรามากๆ  ใกล้ยังไงเหรอ ก็เพราะมันเป็นปัญหาของมนุษย์ทุกคนที่เป็นคนทำและต้องเผชิญเอง แล้วสิ่งสำคัญที่เราจะสามารถทำได้ก็คืออ้อนวอนให้คนข้างๆเราเห็นถึงความสำคัญและร่วมมือกันลดภาระให้โลกเราซะที กี่ปีมาแล้วที่เราสร้างภาระให้ธรรมชาติ เราอาจจะต้องลำบากเพียงเล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่เมื่อทุกคนทำร่วมกัน  มนุษย์สร้างสรรสิ่งต่างๆที่ไม่คาดฝันได้มากมาย แล้วมนุษย์จะไม่สามารถช่วยเหลือโลกเราที่กำลังจะแปรเปลี่ยนนี้ได้หรือ? เรามีโอกาสที่จะทำมันตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้ลูกหลานมาถามเราว่า ทำไมพ่อแม่ไม่แก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้  อย่าให้ลูกหลานเราต้องมารับกรรมที่เราก่อไว้ 
คงเริ่มสงสัยแล้วสิว่า แล้วจะทำยังไงถึงจะช่วยลดภาระให้โลกเราได้บ้างล่ะ?  ง่ายๆเลย

1. เปลี่ยนหลอดไฟ
การเปลี่ยนหลอดไปจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

2. ขับรถให้น้อยลง
หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์

3. รีไซเคิลให้มากขึ้น
ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี

4. เช็คลมยาง
การขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติ
น้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์

5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลง
ในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์

6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ
เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี

7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก)
ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี

เอ๊ะ เมืองไทยล่ะ 25 องศาสินะ อย่าลืม

8. ปลูกต้นไม้
การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน

9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่
ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปี

และอย่างสุดท้าย
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้จ้า

เดี๋ยวนี้หลายประเทศทั่วโลกตื่นตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐกับจีนที่ถือว่าปล่อยมลภาวะให้โลกมากในอันดับต้นๆ ต่างลงนามปฏิญานว่าจะช่วยลดภาวะโลกร้อน พี่ไทยเองก็ลงนามกับเค้าเหมือนกัน

>>กทม. ระดมความคิดแก้ โลกร้อน โดยเน้นทุกคนมีส่วนสร้างและหยุดปัญหา ขณะที่ 33 องค์กรร่วมลงนามประกาศปฏิญญากรุงเทพฯ 5 ข้อลด ภาวะโลกร้อน เพื่อร่วมกันลดการใช้พลังงาน ส่งเสริมวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงเตรียมตัวสู้กับ ภาวะโลกร้อน และปลูกต้นไม้ยืนต้นเพิ่มขึ้น

>>ในหลวงก็ทรงสนพระราชหฤทัยและห่วงใยต่อสถานการณ์โลกร้อน รวมถึงสถานการณ์น้ำ โดยกรมชลประทานได้กราบบังคมทูลถวายรายงานอย่างต่อเนื่องทุกวัน และช่วงที่วิกฤติมากๆ ก็จะกราบบังคมทูลหลายครั้งต่อวัน นอกจากนี้หน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ทราบดีว่าทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องน้ำ จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายงาน เอกสาร ข้อมูลต่างๆ เป็นจำนวนมากเช่นกัน ส่วนเรื่องภาวะโลกร้อนที่ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษ คือ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การแปรปรวนของภาวะอากาศ เป็นต้น

>>มาถึงตรงนี้ นู๋จิก็จะตั้งใจขับรถให้น้อยลง จะใช้แก๊สโซฮอล์แล้ว แม้ว่าม้อมมีจะไม่ยอมให้เติมแต่จะแอบเติมแล้วค่อยบอกทีหลังละกัน จะได้ประหยัด จะไม่ใช้ถุงพลาสติกเกินความจำเป็น ซื้ออาหารก็จะใช้ตะกร้าหรือไม่ก็ถุงผ้า (ที่เมืองนอกกำลังอินเทรนด์ ช้อปปิ้งด้วยถุงผ้าละ) ต่อไปนี้จะต้องพกกระป๋องน้ำจากบ้านไปแระ จะได้ไม่ต้องมีขยะเยอะ ไม่สร้างก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น (แต่ยังหายใจออก ได้นะ เดี๋ยวตายก่อน--") รีไซเคิลถุงหรือขวดน้ำมากขึ้น ใครจะบอกว่าการใช้ขวดน้ำซ้ำๆมันสกปรกก็เหอะ  ก็ล้างสิคร้าบ ไม่ก็หากระติกมาใส่กินเป็นของตัวเอง  ให้ดูดี อินเทรนด์กับการทำสิ่งดีๆให้โลก ไม่เห็นต้องอายใคร การใช้ถึงพลาสติกเยอะๆมันไม่ได้ทำให้คุณดูดีอีกแล้ววันนี้  อย่างเวลาซ้ำขนมเล็กๆน้อยๆ ซื้อลูกชิ้น ก็บอกคนขายก็ได้ว่า ไม่ต้องใส่ถุงอีกชั้นไรเงี้ย โลกมันร้อนค่ะ  บอกต่อๆกัน คนจะได้ตื่นตัวมากที่สุด ฉะนั้นประโยคที่เราควรพูดมากๆในวันนี้คือ "โลกร้อน" จะได้ทำอะไรนึกถึงโลกเราบ้างน่ะ

เอาละยาวมากเลยสเปซชั้นวันนี้  ขอให้ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตที่ทำให้โลกเราร้อนน้อยลง และอย่างพอเพียงละกัน ยอมลำบากกว่าเดิมเพียงเล็กน้อยเพื่อโลกของเราในวันนี้และวันหน้า เราอาจไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่นี้อีกเลยก็ได้ เวลาเพียง 10 ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่เราจะเปลี่ยนแปลงมัน(บู้ย...) จริงๆจ่ะ.

ปล. เดี๋ยวจะ write สารคดีนี้ไว้ ใครอยากยืม ยืมได้นะ ขอลุงก่อน อิ.